หลุยส์ ซัวเรส ซึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต  ที่ถูกบอกว่าเป็นส่วนเกินของทีม เจ้าบุญทุ่ม  บาร์เซโลน่า และไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวฮอลแลนด์  ที่ทำให้ซัวเรส ถึงกับเสียใจและเพื่อนดังอย่างเมสซี่ถึงกับโมโห ทีมบาร์เซโลน่า ที่ทำแบบนั้นกับซัวเรสที่เป็นเพื่อนรักเขาได้ และจากวันนั้นและคราบน้ำตาแห่งความผิดหวัง ของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรกวัยในวันที่รู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินของทีม บาร์เซโลน่า และไม่อยู่ในแผนการทำทีมนั้น จนถูกปล่อยตัวมาให้กับ แอตเลติโก มาดริด คู่แข่งร่วมลีก และในฤดูกาลต่อมา ซัวเรส ที่ว่าเป็นส่วนเกินของทีมก็สามารถพาทีมแอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลา ลีกาสเปนได้

เรามาดูประวัติของเขากันกับดาวยิงมหัศจรรย์ หลุยส์ อัลเบร์โต ซัวเรซ ดีอัซ  หรือที่รู้จกกันในนาม หลุยส์ ซัวเรซโดยเกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1987 ที่เมืองซัลโต ประเทศอุรุกวัย เป็นนักฟุตบอลชาวอุรุกวัย ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล  แอตเลติโก มาดริด ตำแหน่งกองหน้า โดยซัวเรซ เกิด ณ เมืองซัลโต ประเทศอุรุกวัย ไม่นานเขาและครอบครัวได้ย้ายมาตั้งรกรากที่เมือง มอนเตวิเดโอ ที่นี่เองที่ซัวเรซ  เติบโตขึ้นมาจากการเลี้ยงดูของมารดาเพียงลำพัง ร่วมกับพี่น้อง 6 คน ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 ซัวเรซได้เซ็นต์สัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสรนาซีอองนัล ของเมืองมอนเตวิเดโอ สโมสรที่ หลุยส์ ซัวเรสเล่นมาตั้งแต่ระดับเยาวชน เมื่ออายุถึง 19 ปี เขาจึงได้ย้ายสโมสรเป็นครั้งแรกไปสู่ สโมสรฟุตบอลโกรนิงเงิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในปี 2006 และย้ายทีมอีกครั้งในปี 2007 ไปยังสโมสรชื่อดัง สโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในฤดูกาล 2008-09 ได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของสโมสร และเป็นดาวซัลโวของสโมสร และในฤดูกาลนี้ เขายังได้เป็นกัปตันของสโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยิง 35 ประตู จาก 33 เกม ในลีก ได้รับรางวัลผู้เล่นแห่งปีของลีกเนเธอร์แลนด์ ยิงรวมทุกถ้วย 49 ประตู ในฤดูกาล 2010-11   หลุยส์ ซัวเรส ยิงให้สโมสรอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ครบ 100 ลูก และทำผลงานเทียบชั้นตำนานของสโมสร อย่าง โยฮัน ครัฟฟ์, มาร์โก แวน บาสเทน และเดนนิส เบิร์กแคมป์ แต่ในซีซั่นนี้มีเหตุการณ์อื้อฉาวเป็นข่าวดังเมื่อ  หลุยส์ ซัวเรซไปกัดที่ไหล่ของนักเตะทีมพีเอสวี ออสมาน แบคคาล และถูกแบนแข่งไป 7 นัด ระหว่างที่ถูกแบนในเดือนมกราคม สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล”หงส์แดง” จากประเทศอังกฤษได้ซื้อตัวเขาในมูลค่า 26.5 ล้านยูโร นับแต่การมาของ  หลุยส์  ซัวเรซ  หงส์แดงขยับจากอันดับที่ 12 ของตาราง ณ กลางเดือนมกราคม 2011 ไปจบที่อันดับ 6 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลโดยเป็นผู้เล่นที่เป็นกุญแจสำคัญของทีมลิเวอร์พูล
และในส่วนของการรับใช้ทีมชาติ อุรุกวัย หลุยส์ ซัวเรสได้เป็นสมาชิกของทีมชุดยู 20 เข้าร่วมแข่ง บอลโลก ยู20 ประจำปี 2007 ในปี 2007 นี้เอง  หลุยส์  ซัวเรซได้ลงเล่นทีมชาติชุดใหญ่นัดแรกเจอกับ ทีมชาติโคลัมเบีย และทำประตูได้ แต่ก็โดนไล่ออกจากสนามเนื่องจากรับ 2 ใบเหลือง ในฟุตบอลโลก ปี 2010 ซัวเรซมีบทบาทสำคัญในทีมชุดนี้ที่ได้อันดับที่ 4 โดยทำประตูได้ 3 ลูกตลอดการแข่งขัน และเขาเรียกตัวเองว่า หัตถ์พระเจ้า จากการแข่งขันรายการนี้ในนัดพบทีมชาติกานา ที่ใช้มือป้องกันประตูช่วยให้ทีมอุรุกวัยผ่านเข้ารอบต่อไป ในปี 2011 ซัวเรสและทีมชาติอุรุกวัยได้แชมป์ โคปาอเมริกา ในการแข่งขันนี้หลุยส์  ซัวเรสได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม และยิงประตูไปถึง 4 ประตู

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2010 ภรรยาของซัวเรส ให้กำเนิดลูกสาวคนแรกที่เมืองบาร์เซโลนา ตั้งชื่อเธอว่าเดลฟินา

สโมสรอาชีพ

ทีมนาซีอองนัล
ปี2005 หลุยส์ ซัวเรซเริ่มต้นอาชีพนักฟุตบอลกับทีม ทีมนาซีอองนัล ในบ้านเกิด ทีมที่เขาเล่นในระดับเยาวชนมาตั้งแต่อายุ 14 คืนหนึ่งเขาถูกจับได้ว่าดื่มเหล้าในงานปาร์ตี้ ผู้ฝึกสอนในขณะนั้นปรามเขาว่า เขาจะไม่ได้เล่นฟุตบอลอีกถ้ายังไม่จริงจังกับการเล่นฟุตบอล  ในเดือนพฤษภาคม 2005 เมื่อเขาอายุได้ 16 ปี เขาได้ลงเล่นให้สโมสรอย่างเป็นทางการโดยพบกับทีม จูเนียร์ เดอ บารานควิลลา ในการแข่งขันลิเบอร์ตาดอเรส คัพ เขาทำประตูแรกได้ในเดือน กันยายน 2005 และช่วย นาซีอองนัล เป็นแชมป์ อุรุกวัยพรีเมียร์ดิวิชัน 2005-06 โดยทำได้ 10 ประตู ใน 27 เกม

ทีมโกรนิงเงิน
ปี 2006  หลุยส์ ซัวเรซถูกจับตาจากกลุ่มแมวมองของ สโมสรฟุตบอลโกรนิงเงิน ในตอนที่พวกเขาเดินทางไปประเทศอุรุกวัย เพื่อดูฟอร์มนักเตะอีกคนหนึ่ง ในเกมส์นั้นหลุยส์  ซัวเรสสร้างสรรค์เกม ยิงจุดโทษ และทำประตูที่สวยงาม และกลุ่มแมวมองสนใจที่จะเซ็นต์สัญญาซื้อ หลุยส์ ซัวเรซ หลังจบซีซั่นนั้นสโมสรฟุตบอลโกรนิงเงิน เซ็นสัญญาซื้อเขาในราคา 800,000 ยูโร หลุยส์  ซัวเรซอยากที่จะย้ายไปเล่นที่ยุโรปเพราะว่าแฟนของเขา โซเฟีย บาลบิ ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนาก่อนหน้านี้  และนี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้อยู่ใกล้แฟนสาวมากขึ้น

ทีม เอเอฟซีอาแจ็กซ์
ในช่วงปี  2007  หลุยส์  ซัวเรซได้เซ็นสัญญากับ ทีมเอเอฟซีอาแจ็กซ์เอาไว้ 4 ปี โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกและบอลถ้วยเกือบทุกนัด และยังได้ถูกเลือกให้เป็นผู้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเอเอฟซีอาแจ็กซ์ อีกด้วย หลุยส์ ซัวเรซนำทีมอาแจ็กซ์ คว้าแชมป์เอเรดิวีซี่ ของลีกสูงสุดในประเทศ เนเธอร์แลนด์ในช่วงฤดูกาล 2010-2011 และ แชมป์เคเอ็นวีบี คัพ ในช่วงฤดูกาล 2009-2010 ก่อนที่จะย้ายไปสโมสร หงส์แดง ลิเวอร์พูลของ พรีเมียร์ลีก ที่ประเทศอังกฤษ ในปลายฤดูกาล 2010-2011

ทีมลิเวอร์พูล
ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์  2011 ลิเวอร์พูล ได้ซื้อกองหน้ามา 2 คนคือ แอนดี แคร์โรล และ หลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาในถิ่นแอนฟิลด์ และได้เซ็นสัญญาให้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ถึงปี 2016 โดยซัวเรซได้มีโอกาสลงเล่นตัวจริงค่อนข้างมากถึงแม้จะอยู่ในช่วงปลายฤดูกาล 2010-11 แล้วก็ตาม เคนนี ดัลกลิช ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลได้เห็นความสามารถและความพิเศษของเขาคนนี้ ดัลกลิชเลยให้เขาสวมเสื้อเบอร์ 7 โดยได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ หลุยส์  ซัวเรซเป็นตำนานของ หงส์แดง ลิเวอร์พูลต่อจากเขาต่อไป โดยเกมแรกที่ซัวเรซได้เล่นให้กับ หงส์แดง  เป็นครั้งแรกและเล่นในถิ่นแอนฟิลด์คือการเจอกับทีม สโต๊ค ซิตี้ โดยซัวเรซทำไป 1 ประตู และทำให้หงส์แดงชนะไป 2-0 โดยถูก ส่งลงมาเป็นตัวสำรองและก็ประเดิมประตูแรกของตัวเองในสีเสื้อลิเวอร์พูล ได้ทันที เรียกว่าเป็นการลดความกดดันทั้งในเรื่องค่าตัวและเบอร์เสื้ออย่างสิ้นเชิง และในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 2011 ในนัดที่ ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์ตอนรับการมาเยือนของคู่อริ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถึงแม้ในวันนั้นซัวเรซจะไม่ได้ทำประตูแต่ก็ช่วยจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ไป 3-1 ซัวเรซได้จ่ายไป 2 ลูก โดยการทำ แฮตทริกของ เดิร์ค เคาท์ ปีกขวาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งในเกมนั้นยังต้องหลบซีนตำแหน่ง นักเตะยอดเยี่ยมประจำ เกมให้กับเขาเลยทีเดียว ซัวเรซทำสถิติตลอดระยะเวลา 5 เดือนแรกกับหงส์แดงด้วยการทำไป 4 ประตูจาก 13 เกม และก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของสาวกเดอะ ค็อปได้อย่างเต็มตัว รวมถึง บรรดาเพื่อนร่วมทีมที่เรียงหน้าออกมาชมไม่ขาดสาย และช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 6 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2010-11  หลุยส์ ซัวเรซ ก็กลายเป็นผู้เล่นที่เป็นกุญแจสำคัญของ”เดอะ ค็อป”

โดยต้นฤดูกาล 2012-13 ในวันที่ 7 สิงหาคม 2012 หลุยส์  ซัวเรซได้ทำการเซ็นสัญญาระยะยาวกับทีมลิเวอร์พูล

และในวันที่ 31 พฤษภาคม 2014 หลุยส์  ซัวเรซ ได้ออกมาประกาศว่าต้องการย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ โดยให้เหตุผลส่วนตัวว่าถูกสื่อจากเกาะอังกฤษ คุกคามชีวิตส่วนตัว จากนั้นวันที่ 6 สิงหาคม ลิเวอร์พูล ปฏิเสธข้อเสนอ 40.1 ล้านปอนด์ จากทีรมอาร์เซน่อล ในการยื่นซื้อตัวดาวยิงอุรุกวัยไปแบบไม่ใยดี กระทั่งมีปัญหาบานปลายในเวลาต่อมาเมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ อ้างว่า สโมสรผิดสัญญาที่ให้ให้ไวกับตน

แต่ว่าในวันถัดมา เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ก็ออมาต่อว่า หลุยส์ ซัวเรซ ว่าไม่มีคำสัญญาใดๆจากสโมสรแม้แต่คำเดียว ส่งผลให้กุนซือชาวไอแลนด์เหนือลงโทษกองหน้าฟันเหยิน ด้วยการส่งเจ้าตัวแยกออกไปซ้อมกับทีมสำรอง ถัดมาในวันที่ 8 สิงหาคม จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ ออกมาย้ำอีกเสียง เรื่อง หลุยส์ ซัวเรซ จะไม่ได้ย้ายทีม

วันที่ 14 สิงหาคม 2014 กองหน้าหลุยส์ ซัวเรซ ได้ออกมาประกาศอีกครั้งแบบงงกันทั้งโลกว่าต้องการจะอยู่กับสโมสรลิเวอร์พูล  ต่อไป และพร้อมจะต่อสัญญากับลิเวอร์พูลอีกด้วย พร้อมกับให้เหตุผลว่าได้แรงสนับสนุนจากกองเชียร์ และรู้สึกซาบซึ้งจากกำลังใจของ “หงส์แดง” จากนั้นอีก2วันถัดมา หลุยส์ ซัวเรซ ได้กลับมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่อีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวออกมาขอโทษต่อหน้าสาธารณะ

ในวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2014 ทีม”เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว หลุยส์  ซัวเรซ เป็นเวลา 5 ปี ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์  โดยซัวเรซ จะย้ายไปสวมเสื้อหมายเลข 9 ลงเล่นให้กับทีม”เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ในลาลีกา สเปน ด้วยสัญญา 5 ปี และมีค่าตัวอยู่ที่ 75 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,125 ล้านบาท นับเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกเป็นอันดับ3 รองจาก แกเร็ธ เบล และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ 2นักเตะจากทีมคู่ปรับแห่งลาลีกาอย่าง เรอัล มาดริด

หลุยส์  ซัวเรซ วัย 27 ปี ออกแถลงการณ์อำลาถิ่นแอนฟิลด์ โดยระบุว่า เขา และครอบครัว รู้สึกซาบซึ้งในเสียงเชียร์ และกำลังใจของแฟนบอล”เดอะค็อป” ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจการตัดสินใจของเขา เนื่องจากการได้เล่นฟุตบอล และใช้ชีวิตในสเปน ประเทศที่ครอบครัวภรรยาของเขาพำนักอาศัยอยู่ ถือเป็นความต้องการ และความฝันที่เขามีมาตลอดชีวิต

จากคราบน้ำตาแห่งความผิดหวัง ของ หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าทีมชาติอุรกวัยในวันที่รู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินของทีม บาร์เซโลน่า และไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวฮอลแลนด์ จนถูกปล่อยตัวมาให้กับ แอตเลติโก มาดริด คู่แข่งร่วมลีกเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา

ในวันที่ 25 กันยายน 2020 เป็นทีม แอตเลติโก มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน แถลงคว้า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงจอมเก๋า บาร์เซโลน่า อย่างเป็นทางการ  และในฤดูกาลนั้นเจ้าตัวกลายเป็นขวัญใจของ “ทัพตราหมี” ด้วยผลงานการยิงกระจาย 21 ประตู จากการลงเล่นในเกมลีก 32 นัด แถมในเกมชี้ชะตานัดสุดท้ายที่ทีมต้องการ3แต้มเพื่อการันตีแชมป์ เจ้าตัวก็เป็นฮีโร่กดประตูชัยช่วยให้ต้นสังกัดบุกไปเอาชนะ เรอัล บายาโดลิด 2-1 คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน มาครองได้อีกครั้งในรอบ 7 ปี

เกียรติประวัติ

ระดับสโมสร
นาซีอองนัล
แชมป์อุรุกวัยพรีเมียร์ดิวิชัน 2005-06
อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม
แชมป์เอเรดิวีซี่ ฮอลแลนด์ 2010-11
แชมป์เคเอ็นวีบี คัพ 2009-10
ลิเวอร์พูล
แชมป์ลีกคัพ 2011-12
ระดับชาติ
ฟุตบอลทีมชาติอุรุกวัย
ฟุตบอลโลก 2010 : อันดับ 4
โคปา อเมริกา 2011 : แชมป์
รางวัลส่วนตัว

ซัวเรซ คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม ของ โคปา อเมริกา 2011
เอเรดิวีซี่รองเท้าทองคำ : 2009–10
เคเอ็นวีบี คัพดาวยิงสูงสุด : 2009–10
ผู้เล่นแห่งปีของเอเรดิวีซี่ : 2009–10
ผู้เล่นแห่งปีของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม : 2008–09
ดาวยิงสูงสุดของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม : 2008–09,[14]2009–10
โคปา อเมริกา ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน : โคปา อเมริกา 2011
เคยมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักเตะอาชีพ : 2012

 

 

By Editor